menu

ประวัติความเป็นมาชุมชนชนบท



เนื้อหาต่างๆ

ประวัติ อำเภอชนบท ขอนแก่น
จากการสืบค้น ประวัติ อำเภอชนบท อำเภอชนบทเป็นเมืองเก่าแก่  มีอารยธรรมที่รุ่งเรืองมาแต่โบราณตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จะเป็นรองเฉพาะ เมืองนครราชสีมา  เท่านั้น         พ.ศ. 2326  กวนเมืองแสน สมุหกลาโหมแห่งเมืองสุวรรณภูมิ เกิดขัดใจกันกับเจ้าเมือง จึงได้พาสมัครพรรคพวกอพยพหนีออกจากเมืองสุวรรณภูมิมาพักที่บ้านหนองกองแก้ว ซึ่งเป็นเขตในความปกครองของเจ้าเมืองนครราชสีมา จากนั้นได้นำความไปแจ้งต่อเจ้าพระยานครราชสีมา เมื่อได้รับอนุญาตแล้วกวนเมืองแสน  ( ท้าวคำพาว ) จึงตั้งเมืองที่บ้านหนองกองแก้ว  ทำราชการส่งส่วยต่อเมืองนครราชสีมาเรื่อยมา         พ.ศ. 2353 พระยานครราชสีมาจึงมีใบบอกลงไปยังกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านหนองกองแก้วขึ้นเป็นเมืองชลบถ ( แปลว่าเมืองแห่งทางน้ำไหล ) และโปรดเกล้าฯ ตั้งท้าวคำพาวเป็นที่พระจันตะประเทศเจ้าเมือง เมืองชลบถนับว่าเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญยิ่งจนมีเมืองขึ้นถึง 4 เมือง คือ             1. เมืองเกษตรสมบูรณ์             2. เมืองชัยภูมิ ( ต่อมาเป็นศูนย์กลางของชัยภูมิจึงได้รับการยกฐานะ เป็นจังหวัด             3. เมืองสี่มุม ( ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองจตุรัส )             4. เมืองโนนลาว ( ต่อมาสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เปลี่ยนชื่อ เป็นเมืองโนนไทย )         พ.ศ. 2433 ประเทศไทยได้จัดการปฏิรูปหัวเมืองลาวที่เป็นเมืองขึ้น ของไทยทั้งหมด คือ             1. เมืองลาวตะวันตกเฉียงเหนือ มีเมืองเชียงใหม่เป็นจุดศูนย์กลาง             2. หัวเมืองลาวฝั่งตะวันออกมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองจำปาศักดิ์             3. หัวเมืองลาวตะวันออกเฉียงเหนือ มีศูนย์กลางอยู่ที่อุบลราชธานี             4. หัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหนองคาย             5. หัวเมืองลาวกลาง มีเมืองนครราชสีมา เมืองชนบถ และเมืองภูเวียง ศูนย์กลางที่อยู่เมืองนครราชสีมา         พ.ศ. 2434  กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงประจำมณฑลอุดร หลังจากท่าให้เมืองขอนแก่น 2 ย้ายไปรวมกับเมืองขอนแก่น 1 ที่บ้านทุ่มแล้ว ท่านได้มาตรวจเยี่ยมเมืองชลบถ ท่านเห็นว่าเมืองชลบถเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก จึงตั้งสมญานามว่า เมืองชลบถวิบูลย์ ( นักวิชาการและผู้รู้วิพากษ์ว่า เมืองชลบถวิบูลย์ เป็นนามพระราชทานของรัชกาลที่ 1 ตามใบบอกของเจ้าพระยานครราชสีมา )         พ.ศ. 2447 ไทยได้จัดแบ่งเขตการปกครองเป็นบริเวณ คือ จัดให้มีเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ  กันรวมเข้าเป็นกลุ่ม ให้เมืองที่มีประชาชนหนาแน่นเป็นที่ตั้ง เมืองชลบถจึงถูกตัดออกมากับบริเวณพาชี อันประกอบด้วย เมืองขอนแก่น เมืองชลบถ และเมืองภูเวียง เมืองขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่จึงได้เป็นที่ตั้งบริเวณพาชี         พ.ศ. 2450 เมืองชลบถถูกยุบลงเป็นอำเภอ พระศรีชนะบาลเจ้าเมืองปรับลงเป็นเมืองนายอำเภอ ( จากเอกสารหลักฐาน ปีนี้เป็นปีที่น่าเชื่อถือว่าเมืองชลบถเป็น ชนบท เพราะเมื่อก่อนนี้นับตั้งแต่ พ.ศ. 2369 สมัยปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์เป็นต้นมา ชื่อที่พบในเอกสารของทางราชการจะเป็นชลบถ , ชลบต แต่อย่างไรก็ตามสมัยก่อนการเขียนหนังสือจะยึดเสียงสามัญเป็นสำคัญ ส่วนรูปนั้นแต่ละคนเขียนไม่เหมือนกัน )         พ.ศ. 2466 ตามแผนทางราชการจะตัดทางรถไฟผ่านเมืองชลบถ แต่ได้มีการสำรวจใหม่ ทางราชการได้ออกพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2468  เปลี่ยนเส้นทางการสร้างทางรถไฟไปผ่านบ้านไผ่ ต.บ้านไผ่ อ.ชนบท พ.ศ. 2471 ตั้งกิ่งอำเภอบ้านไผ่ พ.ศ. 2482 ยกฐานะกิ่งอำเภอบ้านไผ่ขึ้นเป็นอำเภอ ผลจากการที่ทางรถไฟผ่านอำเภอบ้านไผ่ ได้มีคนอพยพเข้ามาทำมาค้าขายและอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันอำเภอมัญจาคีรีได้ย้ายมาตั้งที่ดอนเหมือดแอ่ข้างบึงกุดเค้าตะวันออกบ้านแท่น  ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอชนบถเพียง 13 กม.         พ.ศ. 2486 ทางราชการมีแผนที่จะยุบอำเภอชนบทเป็นตำบล ประกอบกับเกิดไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอ ทางราชการจึงยุบอำเภอชนบทลงเป็นตำบล และให้ทุกตำบลในเขตอำเภอชนบทไปขึ้นกับอำเภอบ้านไผ่ จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509 ทางราชการจึงได้ตั้งเมืองชนบทขึ้นเป็นอำเภออีกครั้งหนึ่ง จนถึงปัจจุบัน และได้มีการจัดพิธีเฉลิมบ้านฉลองเมืองชนบทครบ 200 ปี ไปเมื่อวันที่  26  มีนาคม  2526         คำว่า “ชลบถ กับ ชนบท”         ชนบท เป็นคำนามแปลว่า บ้านนอก ( ไม่พัฒนา ) ชลบถ เป็นคำผสมระหว่างชล เป็นคำนามแปลว่า น้ำ กับ บถ เป็นคำนามแปลว่า ทาง แปลรวมกันได้ความว่า “ทางน้ำ ”         ดังนั้นหากอาศัยหลักทางวิชาการ “ภูมินามวิทยา” ( Toponymy )  และหลักภูมิรัฐศาสตร์ ( Geo-political Sciences )  ซึ่งเป็นศาสตร์ค้นคว้าเกี่ยวกับการตั้งชื่อถิ่นฐานบ้านเมืองตามทำเลที่ตั้ง “เมืองชลบถ” จึงน่าจะถูกต้องกว่า เพราะแปลว่าเมืองที่เป็นทางผ่านของน้ำ หรือ เมืองแห่งทางน้ำไหล หรือ เมืองซึ่งมีน้ำล้อมรอบ ( 35 หนอง ) และคำว่า เมืองชนบทหรืออำเภอชนบท  ซึ่งหมายถึงบ้านนอกนั้น อาจจะเป็นมาโดยเพราะความไม่รู้เข้าใจศัพท์ หรือเพราะความไม่ชอบของเจ้านายผู้หลักผู้ใหญ่มีอำนาจทั้งหลายในอดีตก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าจะถามความรู้สึกของประชาชนชาวอำเภอชนบทแล้ว ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกที่ดีต่อคำว่า “ชลบถ” มากกว่าคำว่า “ชนบท”         อำเภอชนบทแบ่งการปกครองออกเป็นการปกครองท้องที่ 8 ตำบล ประกอบด้วยตำบลชนบท, ศรีบุญเรือง, กุดเพียขอม, โนนพะยอม, ห้วยแก, บ้านแท่น, ปอแดง และวังแสง  จำนวนหมู่บ้าน 78 หมู่บ้าน และการปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 8 องค์การบริหารส่วนตำบล กับ 1 เทศบาลตำบลชนบท         พื้นที่ทั้งหมด 402 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ  251,250 ไร่         อาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับอำเภอมัญจาคีรี, อำเภอบ้านไผ่ ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอแวงใหญ่, อำเภอพล ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอบ้านไผ่ ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอมัญจาคีรีและกิ่งอำเภอโคกโพธิ์ไชย จำนวนประชากรทั้งในและนอกเขตเทศบาล ชาย 25,021 คน หญิง 25,472 คน รวม 50,493 คน จำนวนบ้าน11,068 หลัง (ข้อมูล ณ 30 ธันวาคม 2544)         เขตการเลือกตั้ง อำเภอชนบทแบ่งออกเป็น 3 เขตเลือกตั้ง คือเขตที่ 11 ประกอบด้วย 4 ตำบล คือ ตำบลชนบท, ศรีบุญเรือง, กุดเพียขอม และโนนพะยอม เขตที 10 ประกอบด้วย 2 ตำบล คือ ตำบลปอแดงและบ้านแท่น เขตที่ 9 ประกอบด้วย 2 ตำบล คือ ตำบลห้วยแกและวังแสง การเดินทางถึงชนบท         ใช้ทางหลวงแผ่นดินระยะทางห่างจากตัวเมืองจังหวัดขอนแก่น จำนวน  55  กิโลเมตร          และจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอบ้านไผ่เลี้ยวซ้ายถนนแจ้งสนิท11กม. ถึงชนบท รวมระยะทาง 380 กิโลเมตร        

copyright©2010:banphai school khonkaen 40110.all right reserved.
mailto:sittichai1992@hotmail.comlast updated 20 desember 2009.
เว็บไซต์นี้เหมาะแก่การแสดงผลบนจอภาพที่มีความระเอียดตั้งแต่ 1024*768 พิกเซลขึ้นไป